<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>DesignBiZnet.com</title>
	<atom:link href="http://designbiznet.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://designbiznet.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 06 Oct 2010 01:22:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3</generator>
		<item>
		<title>การตลาดทางตรง (Direct Marketing)</title>
		<link>http://designbiznet.com/archives/92?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=direct-marketing</link>
		<comments>http://designbiznet.com/archives/92#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 01 Jul 2010 15:26:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>designer</dc:creator>
				<category><![CDATA[About us]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://designbiznet.com/?p=92</guid>
		<description><![CDATA[การตลาดทางตรง หมายถึง ระบบ โต้ตอบทางการตลาดที่ใช้สื่อโฆษณาหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งสื่อ เพื่อให้เกิดผลที่วัดได้ และ/หรือ เกิดการแลกเปลี่ยน ณ สถานที่ใดที่หนึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้เป็นฐานข้อมูล จากความหมายข้างต้นจะพบว่า การตลาดทางตรง จะเกี่ยวกับกระบวนการ 6 ขั้นตอนได้แก่ 1. การออกแบบและความคิด สร้างสรรค์ 2. การ รวบรวมข้อมูล 3. การ จัดการฐานข้อมูล 4. การ วิเคราะห์ข้อมูล 5. การนำ ไปปฏิบัติและตอบสนองลูกค้า 6. การ วะเคราะห์การตอบกลับของลูกค้า ความแตกต่างระหว่าง การตลาดทางตรงกับการตลาดทั่ว ๆ ไป 1. มี กลุ่มเป้าหมายที่แน่นอน 2.  มี ความเป็นส่วนตัว 3. ช่วย ให้เกิดการตอบโต้อย่างทันที 4. เป็น กลยุทธ์ที่มองไม่เห็น/จับตองไม่ได้ 5. ความ สามารในการวัด ตัวแปรในการตัดสินใจ ของการทำการตลาดทางตรง 1. ข้อ เสนอ 2. ความคิดสร้างสรรค์ 3. สื่อ 4. เวลา/ลำดับ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><meta name="google-site-verification" content="9Nis-Somom60l1yWLq4RhM0zFAWM-u7h6zBJtd0h9_Y" /></p>
<h3>การตลาดทางตรง</h3>
<p>หมายถึง ระบบ โต้ตอบทางการตลาดที่ใช้สื่อโฆษณาหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งสื่อ เพื่อให้เกิดผลที่วัดได้ และ/หรือ เกิดการแลกเปลี่ยน ณ สถานที่ใดที่หนึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้เป็นฐานข้อมูล จากความหมายข้างต้นจะพบว่า</p>
<h3>การตลาดทางตรง จะเกี่ยวกับกระบวนการ 6 ขั้นตอนได้แก่</h3>
<p>1. การออกแบบและความคิด สร้างสรรค์</p>
<p>2. การ รวบรวมข้อมูล</p>
<p>3. การ จัดการฐานข้อมูล</p>
<p>4. การ วิเคราะห์ข้อมูล</p>
<p>5. การนำ ไปปฏิบัติและตอบสนองลูกค้า</p>
<p>6. การ วะเคราะห์การตอบกลับของลูกค้า</p>
<h3><span style="color: #000000;">ความแตกต่างระหว่าง การตลาดทางตรงกับการตลาดทั่ว ๆ ไป</span></h3>
<p>1. มี กลุ่มเป้าหมายที่แน่นอน</p>
<p>2.  มี ความเป็นส่วนตัว</p>
<p>3. ช่วย ให้เกิดการตอบโต้อย่างทันที</p>
<p>4. เป็น กลยุทธ์ที่มองไม่เห็น/จับตองไม่ได้</p>
<p>5. ความ สามารในการวัด</p>
<h3>ตัวแปรในการตัดสินใจ ของการทำการตลาดทางตรง</h3>
<p>1. ข้อ เสนอ</p>
<p>2. ความคิดสร้างสรรค์</p>
<p>3. สื่อ</p>
<p>4. เวลา/ลำดับ</p>
<p>5. การ ให้บริการลูกค้า</p>
<h2>สื่อที่ใช้สำหรับการ ตลาดทางตรง</h2>
<p>1. การตลาดทางตรงโดยใช้จดหมาย ทางตรง</p>
<p>2. การ ตลาดทางตรงโดยใช้แค็ตตาล็ก</p>
<p>3. การ ตลาดทางตรงโดยใช้โทรศัพท์</p>
<p>4. การ ตลาดทางตรงโดยใช้อินเทอร์เน็ต</p>
<p>5. การ ตลาดทางตรงโดยใช้สื่อขนาดใหญ่ประเภทสื่อกระจ่ายเสียงและสื่อสิ่งพิมพ์</p>
<h3>สาเหตุที่ทำให้การ ตลาดทางตรงมีความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน</h3>
<p>ปัจจัยสำคัญประกอบ การแรกที่มีส่วนผลักดันให้การตลาดทางตรงมีความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน ได้แก่ “พฤติกรรมผู้บริโภค” โดยพบว่า  ในปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคส่วนใหญ่จะไม่ค่อยยึดติดในตราสินค้า  มักจะทำการตัดสินใจชื้อในช่วงการส่งเสริมการตลาด  เริ่มจะชอบความแตกต่างของสินค้าที่สนใจมาดขึ้น  เพราะผู้บริโภคมีการศึกษามากขึ้นจึงสนใจเทคโนโลยีมากขึ้น  มีโน้นโน้มที่จะหาชื้อสินค้าด้วยวิธีที่สะดวก และ รวดเร็วมากขึ้น มีความต้องการบริหารการในขณะที่สั่ง ชื้อและหลังการขายที่ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมี ความต้องการทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับตนเอง</p>
<h3>การตลาดทางตรงโดยแค็ตตาล็อก</h3>
<p>วัตถุประสงค์</p>
<p>1. เพื่อทราบ ถึงการแบ่งประเภทของแค็ตตาล็อก</p>
<p>2. ให้เข้าใจ ถึงขั้นตอนในการจัดทำแค็ตตาล็อก</p>
<p>3. ทราบถึง หลักเกณฑ์การเลือกผลิตภัณฑ์</p>
<p>4. ให้เข้าใจ ถึงหลักสำคัญฯของการจัดทำแค็ตตาล็อก</p>
<p>การ ตลาดทางตรงโดยใช้แค็ตตาล็อก  คือการที่กิจการส่งแค็ตตาล็อกผลิตภัณฑ์ต่างๆให้ลูกค้าที่มุ่งหวังทาง ไปรษณีย์  หรือบางครั้งแค็ตตาล็อกสินค้าอาจวางไว้ในร้านค้าเพื่อให้ลูกค้าที่สนใจหยิบ ไปเองได้  ปัจจุบันเนื่องจากการสื่อสารและเทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าขึ้นมากจึงได้มีการ จัดทำแค็ตตาล็อกโดยนำเสนอแก่กลุ่มเป้าหมายทางเครื่อง พีซี เรียกว่า แค็ตตาล็อกอิเล็กทรอนิกส์  ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งเปิดโอกให้ลูกค้าทั่วโลกได้สั่งซื้อสินค้าได้  ซึ่งกล่าวถึงในบทการตลาดอินเตอร์เน็ตแล้ว</p>
<p>ประเภทของแค็ตตาล็อก แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ แค็ตตาล็อกทั่วไป  (General Catalogues) และแค็ตตาล็อกเฉพาะด้าน (Specialized  Catalogues) ในสองประเภทนี้ยังแบ่งย่อยได้อีกเป็น  แค็ตตาล็อกของร้านค้า (Store Books) และแค็ตตาล็อก ที่ไม่มีร้านค้า (Nonstore Books)</p>
<p>ขั้นตอนการจัดทำแค็ตตาล็อก</p>
<p>ขั้น ตอนการจัดทำแค็ตตาล็อก สามารถแสดงได้ดังรูปต่อไปนี้</p>
<p>- แนวคิดเกี่ยวกับแค็ตตาล็อก :  เป็นแค็ตตาล็อกประเภทใด</p>
<p>- การกำหนด ตลาดเป้าหมาย : จะขายให้ลูกค้ากลุ่มใด</p>
<p>- กลยุทธ์การ สร้างภาพพจน์และตำแหน่งผลิตภัณฑ์</p>
<p>- วัตถุประสงค์ ทางการตลาด และกลยุทธ์ทางการตลาด</p>
<p>- การเลือก สินค้า, การตัดสินใจด้านราคา, การหาลูกค้า, การให้บริการลูกค้า</p>
<p>- การออกแบบ รูปลักษณ์ของแค็ตตาล็อก</p>
<p>- ขนาด,  การจัดสินค้า, รูปแบบ, รูปภาพที่จะนำเสนอและเนื้อหา, ใบสั่ง ซื้อ</p>
<p>- การตัดสินใจเกี่ยวกับการผลิตแค็ต ตาล็อก เช่น กระดาษที่ใช้ การพิมพ์ ตัวพิมพ์ เป็นต้น</p>
<p>ข้อควรระวังเกี่ยว กับการตลาดทางตรงโดยใช้แค็ตตาล็อก</p>
<p>อาจต้องใช้เวลา ก่อนที่ผุ้บริโภคจะตัดสินใจซื้อ  โดยที่ผู้บริโภคอาจต้องเคยได้รับหรือเห็นแค็ตตาล็อกนั้นมาแล้วหลายครั้งก่อน การตัดสินใจ จึงสรุปได้ว่าต้องอาศัยระยะเวลาในการสร้างตลาด  แต่หากกิจการมีรายชื่อลูกค้าเป้าหมายที่ดี  และเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ถูกต้องอัตราการตอบกลับจะเพิ่มขึ้นแน่นอน</p>
<p>การเลือกผลิตภัณฑ์</p>
<p>1. หาซื้อตามร้าน ทั่วไปได้ยาก</p>
<p>2. สามารถเลือกซื้อ ได้โดยไม่ต้องสัมผัส หรือเห็นของจริง เพียงแต่ดูจากรูปภาพก็สารถตัดสินใจได้</p>
<p>3. ควรมีลักษณะเป็น ของตัวเอง</p>
<p>4. ราคาไม่แพงกว่า ซื้อจากที่อื่น</p>
<p>5. มีเรื่องราวบอก เล่าอยู่เบื้องหลัง</p>
<p>การออกแบบรูปลักษณ์ของแค็ตตาล็อก</p>
<p>1. ขนาดของแค็ตตาล็อก  จากผลการวิจัยพบว่าขนาดแค็ตตาล็อก ที่เหมาะสมสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค คือ  ขนาด A5 และขนาด A4</p>
<p>2. การออกแบบแค็ตตาล็อก</p>
<p>ข้อ แนะนำสำหรับการออกแบบแค็ตตาล็อก 5 ประการ  รู้จักกันในชื่อ RADER ได้แก่ ความสัมพันธ์ (Relevance)  ความเชื่อถือได้ (Authority) ความ เด่น (Distinctiveness) ความเพลิดเพลิน (Entertainment)  ความทรงจำ (Retention) ดังราย ละเอียดคือ</p>
<p>- ความสัมพันธ์ (Relevance)  จะต้องมีความสัมพันธ์กับผู้รับ</p>
<p>- ความเชื่อถือได้ (Authority)  ผู้ซื้อย่อมจะไม่สั่งซื้อหากไม่มีความเชื่อถือในสิ่งที่ ได้รับ</p>
<p>- ความเด่น (Distinctiveness)  ภาพพจน์ของกิจการจะถูกแสดงออกโดยแค็ตตาล็อกได้</p>
<p>- ความ เพลิดเพลิน (Entertainment) หากผู้รับไม่รู้สึก เพลิดเพลินก็จะไม่อยากเปิดออกอ่าน</p>
<p>- ความทรงจำ  (Retention) ผู้รับอาจไม่ทำการสั่งซื้อทันที  ดังนั้นพยายามทำแค็ตตาล็อกนั้นน่าเก็บรักษาไว้  เมื่อต้องการจะได้หางานได้ง่าย</p>
<p>ส่วนประกอบสำคัญของการออกแบบแค็ตตาล็อก</p>
<p>- โครงร่าง (Layout)</p>
<p>- เทคนิคการถ่ายภาพ  (Photography)</p>
<p>- ข้อความ (Text)</p>
<p>- การวางรูปผลิตภัณฑ์ (Layout)</p>
<p>- จดหมายนำ (Conveying  Letter)</p>
<p>- แบบฟอร์มการสั่งซื้อ (Order  Form)</p>
<p>- ข้อมูลเกี่ยวกับการสั่งซื้ออื่นๆ (Other)</p>
<p>ความถี่ในการส่งแค็ต ตาล็อก</p>
<p>ในการส่งแค็ตตาล็อกนั้น เนื่องจากแค็ตตาล็อกแต่ละเล่มมีต้นทุนสูง  การส่งบ่อยๆ จึงไม่ใช้วิธีที่ถูกต้อง พบว่าตามปกติ จะมีการส่งประมาณปีละ 3-4 เล่มแค็ตตาล็อกบางประเภท เช่น  การทำสวน อาจส่งเพียงปี 2 เล่มคือในช่วงฤดูไม้ผลิ  กับ ฤดูใบไม้ล่วง</p>
<p>การตัดสินใจเกี่ยวกับ การผลิตแค็ตตาล็อก</p>
<p>ข้นตอนการผลิตแค็ตตาล็อกกิจการต้องคำนึงถึงระยะเวลาในการเตรียมการและการจัด พิมพ์ ตลอดจนคำนวณต้นทุนการผลิตในการจัดเตรียม เช่นการถ่ายรูป 3 หน้าจะใช้เวลาประมาณ 1 วัน ถ้าแค็ตตาล็อกหนา 48 หน้าจะใช้เวลา ประมาณ 16 วัน และการคำนวณต้นทุนนั้น  ต้นทุนที่แพงที่สุดคือค่ากระดาษ ค่ารูป ค่าพิมพ์ ค่าจัดวางศิลป์ เป็นต้น  และควรสำรองค่าใช้จ่ายอื่นไว้ด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://designbiznet.com/archives/92/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ออกแบบฉลากบรรจุภัณฑ์</title>
		<link>http://designbiznet.com/archives/67?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%259a-%25e0%25b8%2589%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%25a0%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2593%25e0%25b8%2591%25e0%25b9%258c</link>
		<comments>http://designbiznet.com/archives/67#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 01 Jul 2010 07:49:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>designer</dc:creator>
				<category><![CDATA[About us]]></category>
		<category><![CDATA[Packaging]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://designbiznet.com/?p=67</guid>
		<description><![CDATA[การออกแบบบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์เป็นตัวแทนของกระบวนการส่งเสริมการขายทาง ด้านการตลาด ณ จุดขายที่สามารถจับต้องได้ ทำหน้าที่เป็นสื่อโฆษณาได้อย่างดีเยี่ยม ณ จุดขาย รูปทรงของบรรจุภัณฑ์เปรียบได้กับตัวโครงร่างกายของมนุษย์ สีที่ออกแบบบรรจุภัณฑ์เปรียบเสมือนผิวหนังของมนุษย์ คำบรรยายบนบรรจุภัณฑ์เปรียบได้กับปากที่กล่าวแจ้งแถลงสรรพคุณ การออกแบบอาจจะเขียนเป็นสมการอย่างง่าย ๆ ได้ดังนี้ การออกแบบ พัฒนาบรรจุภัณฑ์ยังมีบทบาทช่วยเสริม กิจกรรมต่าง ๆ ทางด้านการตลาด ดังนี้ ตามที่ได้อธิบายแล้วว่าบรรจุภัณฑ์มีบทบาทในส่วนผสมการตลาดใน การทำหน้าที่เสริมกิจกรรมการตลาดในแต่ละขั้นตอนของวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ รายละเอียดปลีกย่อยในการช่วยเสริมกิจกรรมต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้ 1. การ ใช้โฆษณา บรรจุภัณฑ์จำต้องออกแบบให้ จำได้ง่าย ณ จุดขาย หลังจากกลุ่มเป้าหมายได้เห็นหรือฟังโฆษณามาแล้ว ในกลยุทธ์นี้บรรจุภัณฑ์มักจะต้องเด่นกว่าคู่แข่งขันหรือมีกราฟฟิกที่สะดุดตา โดยไม่ต้องให้กลุ่มเป้าหมายมาองหา ณ จุดขาย 2. การเพิ่มช่อง ทางการจัดจำหน่าย ช่อง ทางการจัดจำหน่ายที่เปลี่ยนแปลงไปอาจจำเป็นต้องมีการออกแบบปริมาณสินค้าต่อ หน่วยขนส่งใหม่เพื่อลดค่าใช้จ่าย หรือมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับจุดขายใหม่ การเพิ่มหิ้ง ณ จุดขายที่เรียกว่า POP (Point of Purchase) อาจมีส่วนช่วยส่งเสริมการขายเมื่อเปิดช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ 3. เจาะ ตลาดใหม่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://designbiznet.com/wp-content/uploads/2010/07/LoctiteGel_BOXBL-copy.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-126" title="LoctiteGel" src="http://designbiznet.com/wp-content/uploads/2010/07/LoctiteGel_BOXBL-copy-150x150.jpg" alt="" width="250" height="250" /></a><a href="http://designbiznet.com/wp-content/uploads/2010/07/premium_sm.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-128" title="premium_sm" src="http://designbiznet.com/wp-content/uploads/2010/07/premium_sm-150x150.jpg" alt="" width="250" height="250" /></a></p>
<h2><span style="color: #008080;"><strong>การออกแบบบรรจุภัณฑ์ </strong></span></h2>
<p>บรรจุภัณฑ์เป็นตัวแทนของกระบวนการส่งเสริมการขายทาง ด้านการตลาด ณ   จุดขายที่สามารถจับต้องได้  ทำหน้าที่เป็นสื่อโฆษณาได้อย่างดีเยี่ยม ณ   จุดขาย  รูปทรงของบรรจุภัณฑ์เปรียบได้กับตัวโครงร่างกายของมนุษย์    สีที่ออกแบบบรรจุภัณฑ์เปรียบเสมือนผิวหนังของมนุษย์    คำบรรยายบนบรรจุภัณฑ์เปรียบได้กับปากที่กล่าวแจ้งแถลงสรรพคุณ    การออกแบบอาจจะเขียนเป็นสมการอย่างง่าย ๆ ได้ดังนี้</p>
<p><strong>การออกแบบ พัฒนาบรรจุภัณฑ์ยังมีบทบาทช่วยเสริม กิจกรรมต่าง ๆ ทางด้านการตลาด ดังนี้ </strong></p>
<p>ตามที่ได้อธิบายแล้วว่าบรรจุภัณฑ์มีบทบาทในส่วนผสมการตลาดใน  การทำหน้าที่เสริมกิจกรรมการตลาดในแต่ละขั้นตอนของวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์   รายละเอียดปลีกย่อยในการช่วยเสริมกิจกรรมต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้</p>
<p>1. <strong>การ ใช้โฆษณา </strong>บรรจุภัณฑ์จำต้องออกแบบให้ จำได้ง่าย ณ จุดขาย  หลังจากกลุ่มเป้าหมายได้เห็นหรือฟังโฆษณามาแล้ว   ในกลยุทธ์นี้บรรจุภัณฑ์มักจะต้องเด่นกว่าคู่แข่งขันหรือมีกราฟฟิกที่สะดุดตา  โดยไม่ต้องให้กลุ่มเป้าหมายมาองหา ณ จุดขาย</p>
<p>2. <strong>การเพิ่มช่อง ทางการจัดจำหน่าย </strong>ช่อง  ทางการจัดจำหน่ายที่เปลี่ยนแปลงไปอาจจำเป็นต้องมีการออกแบบปริมาณสินค้าต่อ  หน่วยขนส่งใหม่เพื่อลดค่าใช้จ่าย หรือมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับจุดขายใหม่   การเพิ่มหิ้ง ณ จุดขายที่เรียกว่า POP (Point of Purchase)   อาจมีส่วนช่วยส่งเสริมการขายเมื่อเปิดช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่</p>
<p>3. <strong>เจาะ ตลาดใหม่ </strong>มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่  ต้องออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ในการเจาะตลาดใหม่หรือกลุ่มเป้าหมายใหม่   ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนตราสินค้าใหม่อีกด้วย</p>
<p>4. <strong>ผลิตภัณฑ์ ใหม่ </strong>ถ้าผลิตภัณฑ์ใหม่เป็น สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าเก่า เช่น  เปลี่ยนจากการขายกล้วยตากแบบเก่า   เพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่มาเป็นกล้วยตากชุบน้ำผึ้ง   อาจใช้บรรจุภัณฑ์เก่าแต่เปลี่ยนสีใหม่เพื่อแสดงความสัมพันธ์กับสินค้าเดิม  หรืออาจใช้เทคนิคของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ยูนิฟอร์มดังจะกล่าวต่อไปในบทนี้   แต่ในกรณีที่เป็นสินค้าใหม่ถอดด้ามจำต้องออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่หมด   แต่อาจคงตราสินค้าและรูปแบบเดิมไว้เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้ากลุ่มที่  เคยเป็นลูกค้าประจำของสินค้าเดิม</p>
<p>5. <strong>การส่งเสริมการขาย </strong>จำเป็น อย่างยิ่งต้อง มีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่   เพื่อเน้นให้ผู้บริโภคทราบว่ามีการเพิ่มปริมาณสินค้า การลดราคาสินค้า   หรือการแถมสินค้า   รายละเอียดบนบรรจุภัณฑ์ย่อมมีส่วนช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคมีความอยากซื้อมาก  ขึ้น</p>
<p>6. <strong>การใช้ตราสินค้า </strong>เป็นสิ่งจำเป็นอย่าง  ยิ่งที่จะต้องมีเพื่อสร้างความทรงจำที่ดีต่อสินค้าบรรจุภัณฑ์ที่มีตราสินค้า  ใหม่ควรจะได้รับการออกแบบใหม่ด้วยการเน้นตราสินค้า   รายละเอียดในเรื่องนี้จะได้กล่าวต่อไปในหัวข้อตราสินค้า</p>
<p>7. <strong>เปลี่ยน ขนาดหรือรูปทรงของบรรจุภัณฑ์ </strong>โดย  ปกติสินค้าแต่ละชนิดมีวัฏจักรชีวิตของตัวมันเอง (Product Life Cycle)   เมื่อถึงวัฏจักรชีวิตช่วงหนึ่ง ๆ   จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนโฉมของบรรจุภัณฑ์เพื่อยืดอายุของวัฏจักร ในบางกรณี   การเปลี่ยนขนาดอาจเกิดจากนวัตกรรมใหม่ทางด้านบรรจุภัณฑ์ เช่น   การเลือกใช้วัสดุใหม่จึงมีการเปลี่ยนรูปทรงหรือขนาด   ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุใดก็ตามมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการออกแบบบรรจุ  ภัณฑ์ใหม่เพื่อรักษาหรือขยายส่วนแบ่งการตลาด</p>
<p>การออกแบบบรรจุภัณฑ์ อาจแบ่งประเภทลักษณะการออกแบบได้  2 ประเภทคือ</p>
<p>•  การออกแบบลักษณะโครงสร้าง</p>
<p>•  การออกแบบกราฟฟิค</p>
<p>การออกแบบลักษณะโครงสร้าง หมายถึง การกำหนดรูปลักษณะ  โครงสร้างวัสดุที่ใช้ตลอดจนกรรมวิธีการผลิต การบรรจุ  ตลออดจนการขนส่งเก็บรักษาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์นับตั้งแต่จุดผลิตจนถึงมือ ผู้บริโภค</p>
<p><strong>การออกแบบกราฟฟิค </strong>หมายถึง  การสร้างสรรค์ลักษณะส่วนประกอบภายนอกของโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ให้สามารถ สื่อสาร สื่อความหมาย ความเข้าใจ (To Communicate)  ในอันที่จะให้ผลทางด้านจิตวิทยา (Psychological Effects) ต่อผู้บริโภค  และอาศัยหลักศิลปะการจัดภาพให้เกิดความประสานกลมกลืนกันอย่างสวยงาม  ตามวัตถุประสงค์ที่ได้วางไว้</p>
<h4><strong>1. กระบวนการออกแบบโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ </strong></h4>
<p>ในกระบวนการออกแบบโครงสร้างของบรรจุภัณฑ์  ผู้วิจัยต้องอาศัยความรู้และข้อมูลจากหลายด้านการอาศัยความช่วยเหลือจากผู้ ชำนาญการบรรจุ (PACKAGING SPECIALISTS) หลาย ๆ  ฝ่ายมาร่วมปรึกษาและพิจารณาตัดสินใจ ซึ่งอิงทฤษฏีของ ปุ่น  คงเจริญเกียรติและสมพร คงเจริญเกียรติ (2542:71-83)  โดยที่ผู้วิจัยจะกระทำหน้าที่เป็นผู้สร้างภาพพจน์ (THE IMAGERY MAKER)  จากข้อมูลต่าง ๆ ให้ปรากฏเป็นรูปลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์จริง  ลำดับขั้นตอนของการดำเนินงาน นับตั้งแต่ตอนเริ่มต้น  จนกระทั่งสิ้นสุดจนได้ผลงานออกมาดังต่อไปนี้ เช่น</p>
<p><strong>1. กำหนดนโยบายหรือวางแผนยุทธศาสตร์ (POLICY  PERMULATION OR ATRATEGIC PLANNING)</strong> เช่น  ตั้งวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการผลิต เงินทุนงบประมาณ การจัดการ  และการกำหนดสถานะ (SITUATION) ของบรรจุภัณฑ์  ในส่วนนี้ทางบริษัทแด่ชีวิตจะเป็นผู้กำหนด</p>
<p><strong>2.  การศึกษาและการวิจัยเบื้องต้น (PRELIMINARY RESEARCH) </strong>ได้แก่  การศึกษาข้อมูลหลักการทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และวิศวกรรมทางการผลิต  ตลอดจนการค้นพบสิ่งใหม่ ๆ  ที่เกิดขึ้นและเกี่ยวข้องสอดคล้องกันกับการออกแบบโครงสร้างของบรรจุภัณฑ์</p>
<p><strong>3.  การศึกษาถึงความเป็นไปได้ของบรรจุภัณฑ์ ( FEASIBILITY STUDY )</strong> เมื่อได้ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ  แล้วก็เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของบรรจุภัณฑ์ด้วยการสเก็ต (SKETCH DESING)  ภาพ แสดงถึงรูปร่างลักษณะ และส่วนประกอบของโครงสร้าง 2-3 มิติ  หรืออาจใช้วิธีการอื่น ๆ ขึ้นรูปเป็นลักษณะ 3 มิติ ก็สามารถกระทำได้  ในขั้นตอนนี้จึงเป็นการเสนอแนวความคิดสร้างสรรค์ขั้นต้นหลาย ๆ แบบ  (PRELIMINARY IDFAS) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในเทคนิควิธีการบรรจุ  และการคำนวณเบื้องต้น ตลอดจนเงินทุนงบประมาณดำเนินการ  และเพื่อการพิจารณาคัดเลือกแบบร่างไว้เพื่อพัฒนาให้สมบูรณ์ในขั้นตอนต่อไป</p>
<p><strong>4. การพัฒนาและแก้ไขแบบ ( DESIGN  REFINEMENT )</strong> ในขั้นตอนนี้ผู้ออกแบบจะต้องขยายรายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ (DETAILED DESIGN  ) ของแบบร่างให้ทราบอย่างละเอียดโดยเตรียมเอกสารหรือข้อมูลประกอบ  มีการกำหนดเทคนิคและวิธีการผลิต การบรรจุ วัสดุ การประมาณราคา  ตลอดจนการทดสอบทดลองบรรจุ เพื่อหารูปร่าง รูปทรงหรือส่วนประกอบต่าง ๆ  ที่เหมาะสมกับหน้าที่ของบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการด้วยการสร้างรูปจำลองง่าย ๆ  (MOCK UP) ขึ้นมา ดังนั้นผู้ออกแบบจึงต้องจัดเตรียมสิ่งต่าง ๆ  เหล่านี้อย่างละเอียดรอบคอบเพื่อการนำเสนอ (PRESENTATION)  ต่อลูกค้าและผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องให้เกิดความเข้าใจเพื่อพิจารณาให้ความคิด เห็นสนับสนุนยอมรับหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมในรายละเอียดที่ชัดเจนยิ่ง ขึ้นเช่น การทำแบบจำลองโครงสร้างเพื่อศึกษาถึงวิธีการบรรจุ  และหน้าที่ของบรรจุภัณฑ์ก่อนการสร้างแบบเหมือนจริง</p>
<p><strong>5.  การพัฒนาต้นแบบจริง (PROTOTYPE DEVELOPMENT)</strong> เมื่อแบบโครงสร้างได้รับการแก้ไขและพัฒนา ผ่านการยอมรับแล้ว  ลำดับต่อมาต้องทำหน้าที่เขียนแบบ (MECHANICAL DRAWING) เพื่อกำหนดขนาด  รูปร่าง และสัดส่วนจริงด้วยการเขียนภาพประกอบแสดงรายละเอียดของรูปแบบแปลน  (PLAN) รูปด้านต่าง ๆ (ELEVATIONS) ทัศนียภาพ (PERSPECTIVE)  หรือภาพแสดงการประกอบ (ASSEMBLY) ของส่วนประกอบต่าง ๆมีการกำหนดมาตราส่วน  (SCALE) บอกชนิดและประเภทวัสดุที่ใช้มีข้อความ คำสั่ง  ที่สื่อสารความเข้าใจกันได้ในขบวนการผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ของจริง  แต่การที่จะได้มาซึ่งรายละเอียดเพื่อนำไปผลิตจริงดังกล่าวนั้น  ผู้ออกแบบจะต้องสร้างต้นแบบจำลองที่สมบูรณ์ (PROTOTYPE)  ขึ้นมาก่อนเพื่อวิเคราะห์ (ANALYSIS)  โครงสร้างและจำแนกแยกแยะส่วนประกอบต่าง ๆ ออกมาศึกษา ดังนั้น PROTOTYPE  ที่จัดทำขึ้นมาในขั้นนี้จึงควรสร้างด้วยวัสดุที่สามารถให้ลักษณะ  และรายละเอียดใกล้เคียงกับบรรจุภัณฑ์ของจริงให้มากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ เช่นอาจจะทำด้วยปูนพลาสเตอร์ ดินเหนียว กระดาษ ฯลฯ และในขั้นนี้  การทดลองออกแบบกราฟฟิคบนบรรจุภัณฑ์  ควรได้รับการพิจารณมร่วมกันอย่างใกล้ชิคกับลักษณะของโครงสร้างเพื่อสามารถนำ ผลงานในขั้นนี้มาคัดเลือกพิจารณาความมีประสิทธภาพของรูปลักษณ์บรรจุภัณฑ์ที่ สมบูรณ์</p>
<p><strong>6. การผลิตจริง (production)</strong> สำหรับขั้นตอนนี้ส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่รับผิดชอบของฝ่ายผลิตในโรงงานที่จะ ต้องดำเนินการตามแบบแปลนที่นักออกแบบให้ไว้  ซึ่งทางฝ่ายผลิตจะต้องจัดเตรียมแบบแม่พิมพ์ของบรรจุภัณฑ์ให้เป็นไปตามกำหนด  และจะต้องสร้างบรรจุภัณฑ์จริงออกมาจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นตัวอย่าง (PRE-  PRODUCTION PROTOTYPES) สำหรับการทดสอบทดลองและวิเคราะห์เป็นครั้งสุดท้าย  หากพบว่ามีข้อบกพร่องควรรีบดำเนินการแก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงดำเนิน การผลิตเพื่อนำไปบรรจุและจำหน่ายในลำดับต่อไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://designbiznet.com/archives/67/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>welcome</title>
		<link>http://designbiznet.com/archives/1?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=welcome</link>
		<comments>http://designbiznet.com/archives/1#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Jun 2010 05:17:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>designer</dc:creator>
				<category><![CDATA[About us]]></category>
		<category><![CDATA[Graphic Design]]></category>
		<category><![CDATA[Media]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://61.19.251.188/~dneugde123/?p=1</guid>
		<description><![CDATA[ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ เว็บ ดีไซน์บิสเน็ต รวมบริการการออกแบบ  และผลิตสื่อเพื่อส่งเสริมการตลาด การประชาสัมพันธ์ หรือแม้แต่การบันทึกความทรงจำดีๆ ของคุณให้สวยงาม พิเศษไม่เหมือนใคร ด้วย Photobook]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://designbiznet.com/wp-content/uploads/2010/06/book_w.jpg"><img class="alignright size-full wp-image-78" title="book_w" src="http://designbiznet.com/wp-content/uploads/2010/06/book_w.jpg" alt="" width="234" height="384" /></a></p>
<p>ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ เว็บ<span style="color: #993300;"><em> ดีไซน์บิสเน็ต<span style="color: #000000;"> ร</span></em></span><span style="color: #000000;">วม</span>บริการการออกแบบ  และผลิตสื่อเพื่อส่งเสริมการตลาด การประชาสัมพันธ์</p>
<p>หรือแม้แต่การบันทึกความทรงจำดีๆ ของคุณให้สวยงาม พิเศษไม่เหมือนใคร ด้วย Photobook</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://designbiznet.com/archives/1/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

